วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ภูมิหลังของวรรณกรรมท้องถิ่นล้านนา "ค่าว"


“ค่าว” เป็นชื่อของลักษณะการเรียบเรียงถ้อยคำที่ให้เป็นระเบียบเหมือนห่วงโซ่ คือ มีสัมผัสคล้องจองกันไป ทางภาคเหนือเรียกเชือกเส้นโต ๆ ว่าค่าว หรือเชือกค่าว เพราะลักษณะเป็นค่าวเป็นเครือต่อเนื่องกันลักษณะคล้ายกลอนแปดของภาคกลาง ทั้งในด้านสัมผัสและลีลากลอน (มณี พยอมยงค์, 2525)
ค่าวหรือค่าวซอเป็นวรรณกรรมที่สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง พ.ศ.2300-2470 เพราะเป็นช่วงที่บ้านเมืองพ้นจากอำนาจการปกครองของพม่า วัฒนธรรมหลายอย่างรวมทั้งวรรณกรรมค่าวจึงได้รับการฟื้นฟูขึ้น ค่าวหรือค่าวซอเป็นวรรณกรรมที่สืบเนื่องมาจากธรรมค่าว โดยธรรมค่าวนั้นแต่งขึ้นเพื่อใช้เทศน์ให้ชาวบ้านฟังที่วัด ผู้ที่ฟังธรรมค่าวก็ได้ข้อคิด ปรัชญาหรือหลักธรรม สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฟังธรรมค่าวก็ได้อาศัยฟังค่าวซอแทนเพราะค่าวซอมีเนื้อเรื่องทำนองเดียวกับธรรมค่าว จะต่างกันในรูปแบบของการประพันธ์ เท่านั้น ค่าวซอแสดงถึงวัฒนธรรมของชาวภาคเหนือโดยเฉพาะล้านนาในด้านต่าง ๆ เช่น ประเพณี การละเล่น สุภาษิต การแต่งกาย ตลอดจนสภาพความเป็นอยู่ของชาวภาคเหนือ นอกจากนี้ค่าวซอยังแต่งขึ้นด้วยคำประพันธ์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่มีส่วนคล้ายกลอนแปดอยู่บ้างตรงที่มีสัมผัสรับกันไปโดยตลอด (เสน่หา บุณยรักษ์, 2519)
ค่าวจึงเป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าทางด้านภาษาของล้านนา มีความสุนทรียะ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ แสดงออกถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมชนบทในอดีต สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณี แฝงด้วยคติธรรมและสุภาษิตสอนใจ นอกจากนี้ ค่าวยังแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น แต่ปัจจุบันการประพันธ์และการเล่าค่าวถูกละทิ้ง ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร และหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ค่าวก็อาจจะเลือนหายไป


ที่มา : http://stchacha.blogspot.com/2008/08/blog-post_12.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น